การอยู่อาศัยในที่สูง 

 

การอยู่ในภูมิประเทศภูเขาสูงอาจมีส่วนทำให้อายุยืน 

 

          ในปัจจุบันมีข่าวผลการศึกษาออกมาว่าการอาศัยอยู่ในที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๑,๕๐๐ เมตร  จะมีส่วนช่วยให้อายุขัยคนเรายืนยาวได้มากขึ้น  เนื่องจากอากาศในความสูงระดับนั้นเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมาก  คนที่เป็นโรคหอบหืดถ้าได้ไปอยู่ในที่สูงและอากาศดีก็สามารถจะหายจากโรคได้  เรื่องนี้เคยมีตัวอย่างมาแล้วอย่างเช่น แม่ชีที่ภูทอก เป็นต้น

กรณีที่ระดับความสูงมากกว่า ๑๕,๐๐ เมตร หรือมากเกินไปนั้น อาจไม่ส่งผลดีก็ได้เนื่องจาก ออกซิเจน ในอากาศอาจจะเบาบางเกินไป  ถ้าต่ำกว่านี้ ความชื้น การแพร่เชื้อและการติดเชื้อก็อาจจะมีเปอร์เซ็นต์สูงกว่า  ยิ่งในระดับต่ำมากนั้น ความอับชื้นหมักหมมและความกดอากาศอาจมีผลลบต่อสุขภาพร่างกายได้  แม้การเจริญเติบโตของเชื้อ หนอน และยุง ก็อาจเป็นไปโดยเร็ว

  การอาศัยอยู่ในภูเขาสูงอาจมีข้อดีคือ มีความรู้สึกโล่งในความกดของบรรยากาศที่พอเหมาะ มีการเดินขึ้นลงเนินซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่ดี และมีแสงแดดพอเพียงด้วย  อนึ่ง น้ำแร่ที่พบได้ตามภูเขาก็อาจมีประสิทธิภาพที่ดีต่อร่างกายก็ได้

        เรื่องราวของคนที่อาศัยแถบภูเขา เช่น แชงกรีล่าในจีน หรือ คนอายุยืนในญี่ปุ่น หรือแม้แต่ชาวเขาในไทยและประเทศต่างๆ ล้วนมีเรื่องราวที่น่าสนใจศึกษาไม่น้อย

        ครั้งหนึ่ง ทาง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย ได้รายงานว่า  ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยได้ไปเยี่ยมเยียนประชาชนที่อำเภอภูเรือและแจกผ้าห่มกันหนาวแก่ผู้ด้อยโอกาสในชุมชนเทศบาลตำบลภูเรือ ๓๐๐ ราย  ในโอกาสเดียวกันนี้ ได้เยี่ยมเยียนผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ที่ บ้านแก่งม่วง หมู่ที่ ๒ ต.ท่าศาลา อ.ภูเรือ  พบว่ามีผู้สูงอายุทั้งชายและหญิงอายุเกินร้อยปีถึง ๓ ราย  นับได้ว่าเป็นหมู่บ้านที่มีผู้สูงอายุเกิน ๑๐๐ ปี มากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดเลย  โดยผู้มีอายุมากที่สุดคือ นางมูล  จิตสีดา อายุ ๑๐๖ ปี  รองลงมาคือ นางตัน  คำมานิตย์ อายุ ๑๐๕ ปี และนางอาน  จุตตะโน อายุ ๑๐๔ ปี  นอกจากนี้ ยังมีผู้สูงอายุรองลงมาอีก ๒ รายคือ นายนึก  คำมานิตย์ อายุ ๙๓ ปี และนางสา  จุตตะโน อายุ ๙๐ ปี  สำหรับนางมูล  จิตสีดา อายุ ๑๐๖ ปี  เกิดเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๔๔๔ มีบุตร ๕ คน เสียชีวิต ๓ คน เหลือที่ยังมีชีวิตอีก ๒ คน  ปัจจุบัน นางมูล ยังมีสุขภาพแข็งแรง มีสายตาดี  ยังสามารถสอดด้ายร้อยใส่รูเข็มเย็บผ้าได้ แต่หูตึง ฟังไม่รู้เรื่อง  ได้ใช้ชีวิตแบบพอเพียงอาศัยอยู่กับ นางเอี่ยม  ชนะชัย ผู้เป็นหลานคอยดูแล

        แม้จะยังไม่มีข่าวการรับรองออกมาอย่างชัดเจนว่า แนวคิดและความเชื่อนี้มีข้อเท็จจริงเพียงใด แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นข้อมูลที่น่าสนใจศึกษาไม่น้อย

 

 

หมู่บ้านธรรมในอดีต

 

        เมื่อสมัยที่ผู้เขียนยังเด็ก  อาศัยอยู่หมู่บ้านเล็กๆแถบเทือกเขาภูพานนั้น  เป็นช่วงเวลาที่มีพระภิกษุนักปฏิบัติมาเผยแผ่พุทธธรรมเสมอ  ชาวบ้านเกือบทั้งหมดสนใจใส่บาตรฟังธรรมและปฏิบัติธรรมอยู่เป็นอาจิณ  ทุกคนให้ความเคารพอย่างสูงในเรื่องเกี่ยวกับศาสนา  ถ้าพระภิกษุผ่านมาจะลดตัวยอบนั่งลงแล้วยกมือไหว้  เวลาไปวัดต้องแต่งตัวเรียบร้อย  แม้จะเข้าเขตวัดยังต้องถอดเกิบ(รองเท้า)  คนเฒ่าคนแก่นิยมไปวัดถือศีลปฏิบัติธรรม  ส่วนคนหนุ่มสาวก็ไปร้องสารภัญญะไพเราะมาก  ผู้คนมีศีลธรรมอันดีและอยู่กันอย่างสงบ

        สำหรับที่อื่นก็มี เช่น หมู่บ้านกะเหรี่ยงแถบใกล้ชายแดนพม่า  เขาพร้อมใจกันไปวัดดีจริงๆ  ผู้คนก็มีอัธยาศัยเหมือนญาติพี่น้องกัน  ผู้คนไปมาวางของทิ้งไว้ตามลานวัดก็ไม่หายเพราะไม่มีขโมย  ถ้ามีคนไม่ดีแฝงตัวเข้ามาคนในชุมชนเขาจะรู้กันหมด 

        นอกจากนี้ยังเคยได้ทราบจากบันทึกเรียบเรียงของ ศิษยานุศิษย์(หลวงปู่ทองมา) ว่า  ครั้งหนึ่ง หลวงปู่ทองมา  ถาวโร ผู้ซึ่งเคยจาริกธุดงค์ผ่านลาว เขมร และเวียดนาม ได้พบหมู่บ้านแห่งหนึ่งอยู่เชิงเขาชื่อ เขาสีสุพล  ชาวบ้านที่นี่มีทั้ง ส่วย เขมร และลาว   

พวกเขาเรียนต่อท่านว่า นานๆจะมีพระกรรมฐานมาโปรดถึงที่อยู่ของเขา  ท่านก็พักอยู่ที่นั่นอย่างเป็นปกติ  เดิมทีตั้งใจว่าจะพักอยู่ไม่เกินเจ็ดวันแต่เห็นชาวบ้านเขามีศีลธรรมอันดีกันทุกครัวเรือน  เขาพากันนิมนต์ให้พักอยู่กับเขานานๆเพื่อพวกเขาจะได้ทำบุญ  หลวงปู่ท่านจึงพิจารณาว่า  ที่เราได้เดินธุดงค์มานี้ก็เป็นเวลาหลายเดือนแล้วเพิ่งพบสถานที่และบุคคลสัปปายะ(เหมาะสม)เป็นครั้งแรกนี้เอง  เพราะหมู่บ้านนี้มีความสามัคคีกันดีจริง กิริยามารยาทของผู้คนก็เรียบร้อย  แม้จะอยู่ในเขตป่าที่ทุรกันดารแต่เขาเหล่านั้นอยู่กันด้วยความสันติสุข  ทุกคืนหลังจากชาวบ้านทานอาหารกันเสร็จแล้วเขาจะชวนกันไปฟังธรรม  ท่านเลยพักอยู่ฉลองศรัทธาของญาติโยมชาวบ้านแห่งนี้เป็นเวลาหนึ่งเดือน 

        ธรรมเทศนาที่ท่านแสดงแก่ชาวบ้านนั้นจะแปลกไปจากที่แสดงในที่อื่น  เพราะที่อื่นท่านจะเน้นในด้านความสามัคคีมีศีลธรรมกันมากๆ เมื่อมีศีลธรรมดีแล้วอย่างอื่นก็ดีตาม  แต่ที่บ้านสีสุพลนั้นท่านแสดงในเรื่องศีลธรรมเพียงนิดเดียว  ส่วนมากจะสอนถึงขั้นปรมัตถธรรมคือว่าด้วยเรื่องสติเสียเป็นส่วนใหญ่ 

 

 

ไผท  ต้นลำธาร : เรียบเรียง

แก้ไขล่าสุด (วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ 2012 เวลา 15:01 น.)