ตู้หนังสือ : หนังสือธรรมะเล่มน้อย   อานาปานสติ ภาวนามัย โดย ท่านพ่อลี  ธัมมะธโร 2  แนะฝึกสมาธิ โดย หลวงพ่อพุธ  ฐานิโย 2

 

ปฏิบัติบูชา 

 

(1)

หลักทางใจในเบื้องต้นของผู้ปฏิบัติ

 

ตอน  อานุภาพพระไตรสรณคมน์ 

 

โดย มหาจาด 

 

      เมื่อประมาณ ปี พ.ศ.25322533  ข้าพเจ้า มหาจาด ได้อาสาพาผู้สนใจไปอยู่พักปฏิบัติธรรมที่ ถ้ำองจุ ซึ่งเป็นถ้ำวิเวกบนยอดเขา ที่ตำบลนาสวน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี

          ข้าพเจ้าคำนึงถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในขณะที่ต้องปฏิบัติกันเองโดยไม่มีครูบาอาจารย์คอยกำกับดูแลอยู่ใกล้ๆเพราะท่านต้องยุ่งเกี่ยวกับธุระทางวัด  หากมีปัญหาแทรกซ้อน เช่น อารมณ์จิตปรุงแต่ง การส่งจิตออก และการรบกวนของภูตผีวิญญาณ จะทำอย่างไร  พวกรามิใช่อาจารย์กรรมฐาน จะแก้ปัญหาให้กับมิตรทางธรรมได้อย่างไร 

        เมื่อคิดถึงปัญหานี้ ก่อนจะไปพักปฏิบัติธรรม ข้าพเจ้าจึงไปขออาราธนาบารมีของ พระอาจารย์วิชัย และ พระอาจารย์คำพูล คุ้มครองผู้ปฏิบัติด้วย พร้อมกันนั้นก็ปรึกษาท่านว่าจะทำอย่างไรถ้าเกิดปัญหาขึ้น

        ท่านอาจารย์คำพูล ก็บอกว่า “ไม่เป็นไร จะดูแลอยู่ห่างๆ” และข้าพเจ้าก็ได้รับฟัง ท่านอาจารย์วิชัย สอนหลักทางใจอันสำคัญให้แก่ศิษย์ที่มาฟังธรรมว่า

        “ควรยึดมั่นต่อพระไตรสรณคมน์  ผู้ยึดมั่นต่อพระไตรสรณคมน์แล้ว จะไม่ถูกรบกวนด้วยภูตผีวิญญาณเหล่าใด จะมีจิตที่เป็นกุศลพ้นจากอันตรายทั้งปวง” 

        ท่านได้สอนให้สวดพระไตรสรณคมน์ถึง 9 จบ ซึ่งเป็นพระคาถาบทสวดที่รู้จักกันดีในหมู่พุทธศาสนิกชนคือ

        พุทธัง สรณัง คัจฉามิ 

       ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ 

       สังฆัง สรณัง คัจฉามิ

       ทุติยัมปิ พุทธัง สรณัง คัจฉามิ

       ทุติยัมปิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ

       ทุติยัมปิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ

       ตติยัมปิ พุทธัง สรณัง คัจฉามิ

       ตติยัมปิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ

       ตติยัมปิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ

        บทนี้นับได้เป็น 1 จบ และท่านแนะนำให้สวดถึง 9 จบ จึงเรียกว่า สรณคมน์ 9 ชั้น มีอานุภาพมาก

        ท่านอาจารย์วิชัยสอนว่า ถ้าผู้ใดถูกรบกวนด้วยภูตผีปีศาจหรือวิญญาณเข้ามาบังคับสิงร่างหรือถูกคุณไสยใดๆก็ตาม ให้อาราธนาพระไตรสรณคมน์ โดยจะทำแบบน้ำพระพุทธมนต์ก็ได้ คือตักน้ำใส่ขันหรือภาชนะอันสมควร นำไปวางไว้หน้าหิ้งพระหรือวางอยู่เฉพาะหน้า บูชาพระรัตนตรัยแล้วสวดพระไตรสรณคมน์ 9 จบ  ตั้งจิตอาราธนาพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ประดิษฐานที่น้ำพระพุทธมนต์ จากนั้นนำไปให้ผู้ป่วยดื่มและปะพรมที่ศีรษะ ผู้นั้นก็จะพ้นจากภัยดังกล่าว

        การสวดพระไตรสรณคมน์นี้ จะสวดด้วยความเคารพบูชาหรือสวดเพื่อปกป้องคุ้มครองตนเองและผู้อื่นก็ได้  หากมีภาวะเป็นอกุศลไม่ดีงามทั้งภายในและภายนอกเข้ามารบกวนจิตใจ เมื่อได้สวดรำลึกถึงแล้ว ภาวะจิตใจก็จะผ่องแผ้วเป็นกุศล

        พระไตรสรณคมน์นี้มีอานุภาพสูงสุดในโลกทั้งปวง  แม้เทพไท้เทวาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายก็บูชาไว้ในที่สูง จะไม่ล่วงล้ำก้ำเกินผู้ที่มีจิตมั่นคงในพระไตรสรณคมน์อย่างแน่นอน

        ข้าพเจ้าได้ฟังพระอาจารย์แล้วเกิดเลื่อมใส เพราะความซาบซึ้งในพระรัตนตรัยนั้นมีอยู่มาก แต่นึกถึงปัญหาแล้วเกิดความคิดอยู่ 2 อย่าง

        ใจหนึ่งก็คิดว่าเป็นบทสวดที่คุ้นเคยอยู่ทั่วไป ที่พระอาจารย์กล่าวถึงอานุภาพมากมายอย่างนั้น ก็อาจเป็นเพราะท่านพยายามสอนศิษย์ทั้งหลายให้รำลึกพุทธานุสติมากๆก็เป็นได้ แต่อีกใจหนึ่งก็เชื่อมั่นในความเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบของพระอาจารย์มาก จึงคิดว่าที่ท่านบอกอย่างนี้ก็เป็นการบอกถึงลักษณะที่นำไปปฏิบัติอย่างชัดเจน ถ้ามีโอกาสก็ควรจะพิสูจน์ให้เห็นจริง

        ในเวลาต่อมา ข้าพเจ้าก็ได้พิสูจน์ตามคำแนะนำของท่าน ซึ่งก็ได้รับผลอย่างน่าอัศจรรย์หลายครั้ง และในโอกาสนี้ข้าพเจ้าจะนำประสบการณ์นั้นมาเล่าให้ท่านผู้อ่านทราบ ดังนี้

        เรื่องที่ 1 ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังรอพบ พระอาจารย์คำมา  ปุณณสีโล ที่บ้านของมิตรทางธรรมผู้หนึ่งที่เขตบางเขน  คุณพี่วิไล ที่นั่งอยู่ข้างๆก็พูดขึ้นด้วยความหวั่นกลัวว่า

        “เป็นอีกแล้ว...  ...กำลังจะเป็นอีกแล้ว...  ...มันกำลังจะเข้ามาอีกแล้ว.....”

        ข้าพเจ้าถามและสังเกตดูแล้วเป็นลักษณะของวิญญาณบังคับสิงร่าง  เจ้าตัวพยายามขัดขืนแต่ก็ต้านทานไม่ได้ จึงบอกให้เขาท่องบทสวดพระไตรสรณคมน์ 9 ครั้ง แล้วข้าพเจ้าก็นั่งขัดสมาธิหลับตาบริกรรมในใจอยู่ใกล้ๆ

        สักครู่หนึ่งข้าพเจ้ารู้สึกมีกระแสร้อนวูบที่ลำตัวด้านซ้ายด้านที่คุณพี่วิไลนั่งอยู่ จึงทำจิตให้อยู่กับคำบริกรรมแน่วแน่ยิ่งขึ้น ตัดความสนใจทั้งปวงออกไป

        เวลาผ่านไปสักครู่หนึ่ง ข้าพเจ้าค่อยๆลืมตาขึ้น ได้ยินเสียงคุณพี่วิไลพูดขึ้นอย่างโล่งอกว่า

        “หายแล้ว...  ...โอ สบายจริงๆ...”

        ข้าพเจ้าก็ลืมตาขึ้นมาคุยกับคุณพี่วิไลว่า

        “เป็นอย่างไร”

       “พอเริ่มหลับตาลงบริกรรมก็เห็นชายแก่หน้าเหี่ยวย่นผมขาว ออกไปจากตัว... ใบหน้านั้นแยกเป็นชิ้นๆ หัวเราะ ฮ่า ฮ่า เหมือนพอใจ  จากนั้นก็มีแสงขาวใสสว่างเจิดจ้าลอยเข้ามาอยู่ตรงหน้า แล้วปรากฏเป็นพระพุทธรูปยืนสีทองอร่ามบริสุทธิ์ สวยงามสุดที่จะบรรยาย รู้สึกอิ่มใจมากและคิดว่าหายแล้ว”

        หลังจากวันนั้นข้าพเจ้าก็ได้พบปะพูดคุยอีกหลายครั้ง รู้สึกว่าคุณพี่วิไลจะมีบุญเก่าช่วยหนุนอยู่มาก จึงทำให้หันมาปฏิบัติธรรมมากขึ้น  ทุกวันนี้เวลาสวดมนต์พอจิตใจสงบก็มักจะรู้เห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าและภาพที่อยู่ไกลหรือในที่ปิดบังซ่อนเร้นได้  บางครั้งมีนิมิตเห็นพระภิกษุมาแนะนำอะไรต่ออะไรให้ และบางทีก็เห็นว่าที่ดินผืนไหนมีอะไรฝังอยู่ข้างล่าง  คุณพี่วิไลจึงเอาใจใส่ต่อการทำบุญสุนทานและการปฏิบัติอยู่เสมอ ข้าพเจ้าก็ขออนุโมทนาด้วย

        เรื่องที่ 2 เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับน้องผู้หญิงคนหนึ่ง คือเวลาที่นอนอยู่คนเดียวในห้อง ตอนกลางคืนก็มักปรากฏเห็นวิญญาณผู้หญิง 2 คนมาชวนไปอยู่ด้วยเสมอ เขากลัวและพยายามฝืนที่จะไม่ไปด้วย แต่มีกระแสดึงดูดบังคับมาจากผู้หญิง 2 คนนั้น จนเขาต้องต่อสู้ดิ้นรนไม่เป็นอันนอน  หลังจากนั้นก็ถูกรบกวนด้วยสภาวะและภาพวิญญาณต่างๆเรื่อยมา

        ข้าพเจ้าได้แนะนำให้สวดพระไตรสรณคมน์เขาก็ทำตามและรู้สึกเป็นตัวเองขึ้น  แม้ว่าจะมีภาพมาปรากฏบ้าง แต่ก็มิได้กลัวมากเหมือนแต่ก่อน รู้สึกว่าตนเองสามารถเอาชนะต่อกระแสบังคับของวิญญาณเหล่านั้นได้

        ภายหลังน้องคนนี้มีความสนใจที่จะปฏิบัติกรรมฐานจึงทดลองทำดู ผลปรากฏว่าได้เกิดนิมิตดวงกลมๆสีขาวก็รู้สึกภูมิใจมากและสนใจด้านการปฏิบัติมากขึ้น

        เรื่องที่ 3 เมื่อครั้งที่ข้าพเจ้ากับกลุ่มเพื่อนปฏิบัติธรรมพากันไปเที่ยวถ้ำในป่าลึก  เพื่อนคนหนึ่งคือ คุณชิน ได้เดินลึกเข้าไปในถ้ำมืดกับเพื่อนอีกหลายคน  พอเข้าไปถึงส่วนลึกของถ้ำ ก็ปรากฏมีมือขาวซีดของผู้หญิงมาแตะที่แขน รู้สึกสะท้านเย็นยะเยือกไปทั่วร่าง  คุณชินตกใจกลัวแต่ไม่ได้บอกให้ใครทราบในตอนนั้น พอกลับมาถึงกรุงเทพฯก็ล้มป่วยและฝันเห็นผู้หญิงมาบอกว่า ตามมาจากถ้ำ และไม่ยอมกลับไป

        ภรรยาคุณชินโทรศัพท์มาบอกข้าพเจ้าและถามว่าจะทำอย่างไรดี ข้าพเจ้าก็แนะนำให้สวดพระไตรสรณคมน์ แต่เขาต้องการให้ข้าพเจ้ากับเพื่อนไปช่วยกันสวดที่บ้าน

        ข้าพเจ้าอาราธนาคุณพระตามที่พระอาจารย์วิชัยแนะนำ โดยมีเพื่อนอีกคนหนึ่งนั่งสมาธิช่วยแผ่ให้คุณชิน แล้วให้ดื่มน้ำพระพุทธมนต์และเอามาปะพรมศีรษะ

        คุณชินบอกว่า “เมื่อน้ำพระพุทธมนต์โดนที่ศีรษะก็รู้สึกว่าตัวเบาขึ้น”

        เพื่อนที่นั่งสมาธิแผ่ให้ก็บอกให้ฟังอีกว่า “ตอนที่แผ่ให้คุณชินนั้น ปรากฏเห็นร่างของคุณชินนุ่งขาวห่มขาว จึงคิดว่าดีขึ้นแล้ว” หลังจากนั้นคุณชินก็หายเป็นปกติ

        จากประสบการณ์หลายครั้งที่ผ่านมาในลักษณะคล้ายกันกับที่ยกตัวอย่างมาแล้วนั้น ทำให้ข้าพเจ้ามั่นใจว่าเป็นจริงดังที่ท่านพระอาจารย์วิชัยแนะนำ จึงขอฝากไว้สำหรับท่านที่สนใจจะนำไปปฏิบัติ พระอาจารย์บอกว่า

        “ไม่จำเป็นว่าใครจะมีอำนาจจิตมากน้อยอย่างไร  ขอให้มีจิตยึดมั่นในพระรัตนตรัยก็สามารถทำได้ เพราะพระไตรสรณคมน์นี้มีอำนาจสูงสุดอยู่แล้ว ขอให้อาราธนาไว้ในใจก็จะพ้นจากภัยพิบัติทั้งหลายได้”

        เท่าที่ข้าพเจ้าได้รู้จักมักคุ้นกับมิตรทางธรรมมาหลายท่านก็พบว่า ท่านใดที่มีความยึดมั่นในพระไตรสรณคมน์แนบแน่นเป็นพื้นฐานทางใจแล้ว ก็มักจะมีภูมิธรรมที่มั่นคง มีทิฐิที่ตรงตามหลักการของพระพุทธศาสนา ไม่ออกนอกลู่นอกทาง  ส่วนท่านที่ปฏิบัติธรรมมีสติสัมปชัญญะรู้แจ้งมากขึ้นจนเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าท่านมิได้ยึดมั่นถือมั่น ก็ยิ่งเห็นว่าท่านนอบน้อมบูชาคุณพระไตรสรณคมน์เป็นอย่างยิ่ง มิได้ประมาทละเลยว่าเป็นเพียงธรรมะขั้นพื้นฐานเลย

 

มหาจาด : เรียบเรียง : เจ้าของลิขสิทธิ์

ลงพิมพ์ในนิตยสารโลกลี้ลับ ปีที่ 7 ฉบับที่ 67 ประจำเดือนกรกฎาคม 2533

(Khongriverso.com ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงานแล้ว)

แก้ไขล่าสุด (วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2012 เวลา 10:42 น.)